คลิก อ่านบทความตามหัวข้อ

ค่าใช้จ่ายเปิดประชุมสภาแต่ละครั้ง มีค่าใช้จ่ายของงบประมาณแผ่นดินเท่าไหร่

เจาะลึกงบประมาณแผ่นดิน: การเปิดประชุมสภาแต่ละครั้งมีต้นทุนเท่าไหร่ที่ประชาชนต้องจ่าย?

สภาผู้แทนราษฎร” คือหัวใจหลักของการบริหารราชการแผ่นดิน ในระบอบประชาธิปไตย แต่ภายใต้แสงไฟในห้องประชุมอันโอ่อ่าและเสียงค้อนไม้ที่เคาะเปิดการประชุมนั้น มีตัวเลขค่าใช้จ่ายมหาศาลซ่อนอยู่ทุกวินาที คำถามที่ประชาชนมักตั้งสงสัยคือ “ค่าใช้จ่ายเปิดประชุมสภา” ในแต่ละวันหรือแต่ละครั้งนั้นมีมูลค่าเท่าไหร่? และงบประมาณแผ่นดินที่มาจากภาษีของทุกคนถูกนำไปใช้อย่างคุ้มค่าเพียงใดในกระบวนการนิติบัญญัติ

บทความนี้จะพาไปสำรวจทุกซอกมุมของงบประมาณ ตั้งแต่ค่าไฟไปจนถึงค่าอาหาร เพื่อให้เห็นภาพรวมของต้นทุนประชาธิปไตยในระบบรัฐสภาไทยอย่างละเอียด


1. การคำนวณต้นทุน: ค่าใช้จ่ายเปิดประชุมสภา ต่อวันเท่าไหร่?

จากการรวบรวมข้อมูลและประมาณการโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและนักวิชาการด้านงบประมาณ พบว่าการประชุมสภาผู้แทนราษฎร 1 วัน (สมัยสามัญ) มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 4,000,000 ถึง 6,000,000 บาทต่อวัน ตัวเลขนี้อาจดูสูงจนน่าตกใจ แต่หากพิจารณาจากขนาดของอาคารสัปปายะสภาสถานที่มีพื้นที่ใช้สอยกว่า 424,000 ตารางเมตร และจำนวนบุคลากรที่เกี่ยวข้อง เราจะเริ่มเห็นที่มาของตัวเลขเหล่านี้ชัดเจนขึ้น

ทำไมต้องรู้เรื่องค่าใช้จ่ายเปิดประชุมสภา?

การรับรู้ตัวเลข ค่าใช้จ่ายเปิดประชุมสภา จะช่วยให้สังคมสามารถตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) โดยเฉพาะในวันที่เกิดเหตุการณ์ “สภาล่ม” หรือการขาดประชุมเป็นจำนวนมาก เพราะนั่นหมายถึงการสูญเสียงบประมาณไปโดยเปล่าประโยชน์


2. โครงสร้างงบประมาณรายวัน: เงินภาษีหายไปกับอะไรบ้าง?

หากเรานำตัวเลข ค่าใช้จ่ายเปิดประชุมสภา มาแยกย่อยเป็นหมวดหมู่ตามระเบียบการเบิกจ่ายของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เราจะพบรายการค่าใช้จ่ายหลักดังนี้:

ก. ค่าพลังงานและสาธารณูปโภค (Utilities)

อาคารรัฐสภาแห่งใหม่ถือเป็นหนึ่งในอาคารที่ใช้พลังงานสูงที่สุดแห่งหนึ่งของรัฐ:

  • ค่าไฟฟ้า: รัฐสภาต้องจ่ายค่าไฟฟ้าเฉลี่ยเดือนละ 12-15 ล้านบาท หากคิดเฉลี่ยเฉพาะวันที่มีการประชุมใหญ่ ซึ่งต้องเปิดระบบปรับอากาศเต็มพิกัดในทุกห้องประชุมย่อยและห้องประชุมใหญ่ ต้นทุนส่วนนี้จะสูงกว่าวันปกติอย่างมาก
  • ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ: การถ่ายทอดสดผ่านทางช่องวิทยุและโทรทัศน์รัฐสภา การใช้ระบบลงคะแนนอิเล็กทรอนิกส์ และการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ล้วนมีต้นทุนการดำเนินงานรายวัน

ข. ค่าอาหารและเครื่องดื่ม (Catering)

ตามระเบียบ สส. และผู้เข้าร่วมประชุมมีสิทธิได้รับสวัสดิการอาหาร:

  • อาหารมื้อหลักและอาหารว่าง: สำหรับสมาชิก 500 ท่าน รวมถึงเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานและผู้ติดตาม รวมแล้วเกือบ 1,000 คนต่อวัน ค่าอาหารว่างและอาหารมื้อกลางวัน/เย็น รวมกันอาจสูงถึง 500,000 – 800,000 บาทต่อวัน ขึ้นอยู่กับความยาวนานของการประชุม

ค. เบี้ยประชุมกรรมาธิการ (Committee Allowances)

ในวันที่มีการประชุมสภา มักจะมีการประชุมคณะกรรมาธิการควบคู่ไปด้วย:

  • กรรมาธิการได้รับเบี้ยประชุมครั้งละ 1,500 บาท
  • หากมีการประชุมหลายคณะในวันเดียว งบประมาณส่วนนี้จะทวีคูณขึ้นตามจำนวนคณะ

3. ต้นทุนแฝง: สิทธิประโยชน์และการเดินทาง

ค่าใช้จ่ายเปิดประชุมสภา ไม่ได้หยุดอยู่แค่ในรั้วอาคารรัฐสภา แต่ยังรวมถึงงบประมาณที่รัฐต้องจ่ายเพื่ออำนวยความสะดวกให้ สส. เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่:

  • ค่าเครื่องบินและรถประจำทาง: สส. จากต่างจังหวัดสามารถเบิกค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ พื้นที่และกรุงเทพฯ ได้ตามจริงในชั้นธุรกิจ ซึ่งเมื่อคำนวณจาก สส. 400 เขตทั่วประเทศ งบประมาณส่วนนี้มีมูลค่ามหาศาลต่อสมัยประชุม
  • ค่าที่พัก: สำหรับสมาชิกที่มีภูมิลำเนาห่างไกล รัฐจัดสรรงบประมาณค่าเช่าที่พักหรือโรงแรมให้ในอัตราที่กำหนด

4. ผลกระทบของ “สภาล่ม” ต่อภาษีประชาชน

เมื่อเกิดเหตุการณ์ “สภาล่ม” หรือองค์ประชุมไม่ครบจนไม่สามารถพิจารณาวาระการประชุมได้ ค่าใช้จ่ายเปิดประชุมสภา ที่เตรียมไว้ทั้งหมดจะถือเป็นความสูญเสียเชิงงบประมาณทันที หากเรานำตัวเลข 5,000,000 บาท มาหารด้วยจำนวนชั่วโมงที่สภาควรจะประชุม (8 ชั่วโมง) จะพบว่าประเทศเสียเงินไปฟรีๆ ชั่วโมงละกว่า 625,000 บาท การสูญเสียนี้ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเงิน แต่รวมถึง “ค่าเสียโอกาส” ในการนำกฎหมายสำคัญมาบังคับใช้เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศด้วย


5. การตรวจสอบความคุ้มค่า (VfM – Value for Money)

เพื่อให้ประชาชนเห็นว่า ค่าใช้จ่ายเปิดประชุมสภา นั้นคุ้มค่าหรือไม่ เราควรพิจารณาจากดัชนีชี้วัดดังนี้:

  1. จำนวนกฎหมายที่ผ่านการพิจารณา: ในหนึ่งสมัยประชุมมีการผ่านร่างกฎหมายกี่ฉบับ?
  2. ประสิทธิภาพการตรวจสอบ: การอภิปรายไม่ไว้วางใจหรือการตั้งกระทู้ถามสามารถนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่ดีขึ้นได้จริงหรือไม่?
  3. การมีส่วนร่วม: สมาชิกเข้าประชุมสม่ำเสมอและทำหน้าที่คุ้มค่ากับเงินประจำตำแหน่งและเบี้ยประชุมที่ได้รับหรือไม่?

6. เปรียบเทียบงบประมาณสภากับสวัสดิการสังคม

เพื่อความเข้าใจที่ชัดเจนขึ้น หากเรานำงบประมาณ ค่าใช้จ่ายเปิดประชุมสภา จำนวน 5,000,000 บาทต่อวัน ไปเปรียบเทียบกับสวัสดิการด้านอื่น เราจะพบว่าเงินจำนวนนี้สามารถ:

  • สร้างศูนย์เด็กเล็กในชุมชนได้หลายแห่ง
  • สนับสนุนงบอาหารกลางวันเด็กนักเรียนได้หลายหมื่นมื้อ
  • ซ่อมแซมถนนในชนบทได้หลายกิโลเมตร

การเปรียบเทียบนี้ไม่ได้ทำเพื่อบอกว่าเราไม่ควรมีสภา แต่เพื่อให้ สส. ตระหนักว่าทุกวินาทีที่ท่านนั่งอยู่ในห้องประชุมคือภาระภาษีที่ประชาชนตั้งความหวังไว้สูงยิ่ง


บทสรุป: ประชาธิปไตยที่มีราคา และความรับผิดชอบที่ต้องตามมา

ค่าใช้จ่ายเปิดประชุมสภา คือต้นทุนที่จำเป็นในการรักษาระบบนิติบัญญัติ อย่างไรก็ตาม ความแพงหรือถูกไม่ได้วัดกันที่จำนวนเงินเพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่ “ผลสัมฤทธิ์” ของการทำงาน หากสภาสามารถทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และแก้ไขปัญหาให้ประชาชนได้จริง งบประมาณหลักล้านต่อวันก็นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับอนาคตของชาติ

ในทางตรงกันข้าม หากสภายังคงเป็นสถานที่ของการเล่นเกมการเมืองหรือการละทิ้งหน้าที่จนองค์ประชุมล่มซ้ำซาก ประชาชนก็มีสิทธิชอบธรรมในการทวงถามถึงความรับผิดชอบจากผู้แทนเหล่านั้น เพื่อให้คุ้มค่ากับภาษีทุกบาททุกสตางค์ที่เสียไป


แหล่งที่มาข้อมูลอ้างอิงและรูปภาพประกอบบทความ
  • พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี (งบประมาณเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร): สำนักงบประมาณ
  • ระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายในการบริหารงาน พ.ศ. 2560: คลังรัฐสภา
  • รายงานวิเคราะห์สถิติการประชุมและเหตุการณ์สภาล่ม: สถาบันพระปกเกล้า
  • ข้อมูลการใช้พลังงานอาคารรัฐสภาแห่งใหม่: ฝ่ายอาคารสถานที่ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
  • รายงานเจาะลึก “ต้นทุนประชาธิปไตยไทย”: สำนักข่าวอิศรา และไทยพีบีเอส

Share.
Exit mobile version