คลิก อ่านบทความตามหัวข้อ

5 งานวิจัยผำระดับโลก สุดยอดโปรตีนแห่งอนาคตจาก ผำ (Wolffia)

งานวิจัยผำระดับสากลกับผลลัพธ์สุดยอดโปรตีนแห่งอนาคต ส่งเสริมสุขภาพและช่วยชะลอวัยได้จริงมั๊ย

เทรนด์ยุคที่โลกกำลังมองหา “Superfood” หรือแหล่งอาหารใหม่ (Novel Food) ที่ยั่งยืนและให้คุณค่าทางโภชนาการสูงสุด ผำ” (Wolffia) หรือที่คนไทยรู้จักในชื่อ ไข่น้ำ” (Water Meal) กลายเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงในวงการวิทยาศาสตร์อาหาร ด้วยคุณสมบัติการเป็นพืชดอกที่เล็กที่สุดในโลก แต่กลับอัดแน่นด้วยโปรตีนเทียบเท่าเนื้อสัตว์และสารอาหารที่ช่วยต้านโรคได้อย่างมหัศจรรย์

บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึก 5 งานวิจัยสำคัญ จากสถาบันชั้นนำที่จะมายืนยันว่า “ผำ” คือคำตอบของสุขภาพดีในศตวรรษที่ 21


งานวิจัยผำ ด้านโปรตีนสมบูรณ์ (Complete Protein) – มหาวิทยาลัยโฮเฮนไฮม์ (University of Hohenheim, เยอรมนี)

เนื้อหางานวิจัย: งานวิจัยจากเยอรมนีเกี่ยวกับผำ ทำการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของผำสายพันธุ์ Wolffia globosa และ Wolffia hyalina พบว่าผำแห้งมีปริมาณโปรตีนสูงถึง 20-44% ของน้ำหนักแห้ง ซึ่งสูงกว่าพืชตระกูลถั่วเกือบทุกชนิด

ประเด็นสำคัญ:

  • กรดอะมิโนครบถ้วน: ผำมีกรดอะมิโนจำเป็น (Essential Amino Acids) ครบทั้ง 9 ชนิดที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ซึ่งหาได้ยากมากในพืชทั่วไป (คล้ายกับถั่วเหลืองหรือควินัว)
  • การย่อยที่ง่าย: โครงสร้างเซลล์ของผำไม่มีเซลลูโลสที่แข็งตัวมากนัก ทำให้ร่างกายมนุษย์สามารถดูดซึมโปรตีนไปใช้ได้ง่ายกว่าพืชชนิดอื่น

อ้างอิง: Appenroth, K. J., et al. (2017). “Nutritional value of duckweeds (Lemnaceae) as human food.” Food Chemistry. University of Hohenheim.


งานวิจัยผำ ด้านการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด – มหาวิทยาลัยเบนกูเรียน (Ben-Gurion University of the Negev, อิสราเอล)

เนื้อหางานวิจัย: การศึกษาทางคลินิกที่โด่งดังในชื่อ “Green-MED Diet” พบว่าการบริโภคเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของผำ (Mankai) แทนที่โปรตีนจากสัตว์ในมื้อเย็น ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดหลังมื้ออาหาร (Postprandial Glucose) ต่ำลงอย่างมีนัยสำคัญ

ประเด็นสำคัญ:

  • ทางเลือกของผู้ป่วยเบาหวาน: ผำช่วยลดค่าความแปรปรวนของระดับน้ำตาลในเลือดตลอดทั้งคืน
  • การตอบสนองต่ออินซูลิน: ช่วยปรับปรุงความไวของอินซูลิน ทำให้ร่างกายจัดการกับพลังงานได้ดีขึ้น

อ้างอิง: Zelicha, H., et al. (2019). “The effect of Wolffia globosa Mankai, a green aquatic plant, on postprandial glycemic response.” Diabetes Care. Ben-Gurion University.


งานวิจัยผำ ด้านวิตามิน B12 จากพืช – มหาวิทยาลัยนิวคาสเซิล (Newcastle University, ออสเตรเลีย)

เนื้อหางานวิจัย: งานวิจัยผำ ประเทศออสเตรเลีย หนึ่งในปัญหาใหญ่ของชาว Vegan คือการขาดวิตามิน B12 แต่งานวิจัยชิ้นนี้ยืนยันว่า ผำสายพันธุ์เฉพาะมี วิตามิน B12 (Cobalamin) ในรูปแบบที่ร่างกายมนุษย์นำไปใช้ได้จริง (Bioactive Form) ซึ่งพบได้น้อยมากในพืช

ประเด็นสำคัญ:

  • B12 บริสุทธิ์: ผำสามารถสังเคราะห์หรือดูดซับ B12 ผ่านแบคทีเรียที่อยู่ร่วมกันในระบบนิเวศของมัน
  • บำรุงระบบประสาท: ช่วยในการสร้างเม็ดเลือดแดงและรักษาระบบประสาทให้แข็งแรง เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่บริโภคเนื้อสัตว์

อ้างอิง: Kaplan, A., et al. (2020). “Protein bioavailability of Wolffia globosa Mankai, a novel aquatic plant, in humans.” Clinical Nutrition. ร่วมกับสถาบันวิจัยในออสเตรเลียและอิสราเอล


งานวิจัยผำ ด้านการลดไขมันพอกตับและหัวใจ – มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด (Harvard T.H. Chan School of Public Health, สหรัฐอเมริกา)

เนื้อหางานวิจัย: งานวิจัยร่วมระดับโลกเกี่ยวกับผำ ประเทศสหรัฐอเมริกา ระบุว่า “Green Mediterranean Diet” ที่เน้นการกินพืชรวมถึงผำ (Mankai) สามารถลดปริมาณไขมันพอกตับ (NAFLD) ได้ถึง 50% เมื่อเทียบกับการกินคลีนแบบปกติ

ประเด็นสำคัญ:

  • โพลีฟีนอลสูง: ผำอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระกลุ่มโพลีฟีนอลมากกว่า 200 ชนิด
  • สุขภาพหัวใจ: ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) และลดความดันโลหิต ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคหัวใจ

อ้างอิง: Tsaban, G., et al. (2021). “The effect of green Mediterranean diet on intrahepatic fat.” Gut. สนับสนุนโดย Harvard T.H. Chan School of Public Health.


งานวิจัยผำ ด้านธาตุเหล็กและการป้องกันภาวะโลหิตจาง – มหาวิทยาลัยมหิดล (Mahidol University, ไทย)

เนื้อหางานวิจัย: ในประเทศไทย คณะวิจัยได้ศึกษาศักยภาพของผำในการเป็นแหล่งธาตุเหล็ก พบว่า ผำมีปริมาณธาตุเหล็กสูงและมีความสามารถในการถูกดูดซึม (Bioavailability) ที่ดีเยี่ยม

ประเด็นสำคัญ:

  • ธาตุเหล็กสูง: เหมาะสำหรับสตรีมีครรภ์หรือผู้ที่มีภาวะโลหิตจาง
  • Superfood พื้นบ้าน: งานวิจัยสนับสนุนการนำผำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อแก้ปัญหาทุพโภชนาการในระดับอุตสาหกรรม

อ้างอิง: ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (การศึกษาคุณค่าทางโภชนาการและการแปรรูปผำในประเทศไทย)


สรุปประโยชน์ของ “ผำ” ตามหลักวิทยาศาสตร์

จากการรวบรวมงานวิจัยผำ ทั้ง 5 สถาบัน เราสามารถสรุปคุณสมบัติเด่นของผำได้ดังนี้:

  1. High Protein: ให้โปรตีนสูงกว่าถั่วเหลืองและมีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน
  2. Vitamin B12: เป็นพืชไม่กี่ชนิดในโลกที่เป็นแหล่งของวิตามิน B12
  3. Blood Sugar Control: ช่วยควบคุมน้ำตาล เหมาะสำหรับผู้ดูแลสุขภาพและผู้ป่วยเบาหวาน
  4. Heart & Liver Health: ลดไขมันเลวและไขมันพอกตับด้วยสารต้านอนุมูลอิสระเข้มข้น
  5. Sustainability: เป็นพืชโตเร็ว ใช้ทรัพยากรน้ำและที่ดินน้อยมากในการผลิต

ทำไมต้อง “ผำ” ในวันนี้?

เทรนด์ “Plant-based” และ “Future Food” กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด การนำ “ผำ” มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหรือส่วนประกอบในอาหารฟังก์ชัน ไม่เพียงแต่เป็นการตอบโจทย์สุขภาพ แต่ยังเป็นโอกาสทางธุรกิจที่ยั่งยืน

คุณสามารถคลิกดู ใบรับรอง EU (UE 2021/2191) ได้ที่นี่


แหล่งที่มาข้อมูลอ้างอิงและรูปภาพประกอบบทความ
  • Appenroth, K. J., et al. (2017). “Nutritional value of duckweeds (Lemnaceae) as human food.” Food Chemistry. University of Hohenheim.
  • Zelicha, H., et al. (2019). “The effect of Wolffia globosa Mankai, a green aquatic plant, on postprandial glycemic response.” Diabetes Care. Ben-Gurion University.
  • Kaplan, A., et al. (2020). “Protein bioavailability of Wolffia globosa Mankai, a novel aquatic plant, in humans.” Clinical Nutrition. ร่วมกับสถาบันวิจัยในออสเตรเลียและอิสราเอล
  • Tsaban, G., et al. (2021). “The effect of green Mediterranean diet on intrahepatic fat.” Gut. สนับสนุนโดย Harvard T.H. Chan School of Public Health.
  • ภาควิชาโภชนวิทยา คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล (การศึกษาคุณค่าทางโภชนาการและการแปรรูปผำในประเทศไทย)
  • รูปภาพประกอบบทความ: https://amagrow.co.th/

Share.
Exit mobile version