คลิก อ่านบทความตามหัวข้อ
สนามหลวง จาก “ทุ่งพระเมรุ” สู่ “สนามราษฎร” ปัจจุบันคือ สนามหลวง พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และประวัติศาสตร์ใจกลางกรุงเทพฯ
ท้องสนามหลวง หรือที่เรียกกันสั้น ๆ ว่า สนามหลวง ไม่ได้เป็นเพียงลานกว้างใจกลางกรุงเทพมหานครเท่านั้น แต่คือผืนแผ่นดินที่มีชีวิต เป็นดั่งกระจกสะท้อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ การเมือง วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คนในแต่ละยุคสมัยของชาติไทย ตั้งแต่การสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์จวบจนปัจจุบัน ด้วยความสำคัญอันยิ่งใหญ่นี้ จึงทำให้คำว่า “สนามหลวง” เป็นหนึ่งในคำค้นหาที่มีความสนใจสูงจาการค้นหาความจริงเรื่อง ประวัติความเป็นมา และการเปลี่ยนแปลงของสนามหลวง มาโดยตลอด วันนี้จะพาทุกท่านไปเจาะลึกทุกมิติของท้องสนามหลวง ตั้งแต่ประวัติความเป็นมา ชื่อเรียกในอดีตของสนามหลวง บทบาทหน้าที่ที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย รวมถึงความสำคัญในปัจจุบัน
ประวัติความเป็นมาและวิวัฒนาการจาก “ทุ่งพระเมรุ” สู่ “ท้องสนามหลวง”
กว่าจะเป็น “ท้องสนามหลวง” ที่เรารู้จักกันในปัจจุบัน พื้นที่แห่งนี้เคยมีชื่อเรียกและบทบาทที่สำคัญยิ่งมาก่อน
ยุคแรกเริ่ม: ทุ่งพระเมรุ (รัชกาลที่ ๑ – ต้นรัชกาลที่ ๔)
เมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ ๑) ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ในปี พ.ศ. ๒๓๒๕ ได้ทรงกำหนดพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ระหว่าง พระบรมมหาราชวัง (วังหลวง) กับ พระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ให้เป็นพื้นที่โล่งขนาดใหญ่ เพื่อใช้ในการประกอบพระราชพิธีสำคัญต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง
ด้วยเหตุนี้เอง ทำให้พื้นที่ดังกล่าวถูกเรียกขานกันทั่วไปว่า “ทุ่งพระเมรุ“ ซึ่งเป็นชื่อที่สะท้อนถึงบทบาทหลักในฐานะสถานที่จัดสร้างพระเมรุมาศตามโบราณราชประเพณีในอดีตตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา
การเปลี่ยนชื่อสู่ “ท้องสนามหลวง” (พ.ศ. ๒๓๙๘ – รัชกาลที่ ๔)
การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ในปี พ.ศ. ๒๓๙๘ ทรงมีพระราชดำริว่า ชื่อ “ทุ่งพระเมรุ” นั้นฟังดูไม่เป็นมงคล เพราะสื่อถึงงานพระศพโดยตรง จึงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเรียกใหม่จาก “ทุ่งพระเมรุ” เป็น “ท้องสนามหลวง”
- คำว่า “สนาม” หมายถึง ลาน ที่ว่าง ที่โล่ง
- คำว่า “หลวง” หมายถึง ของพระเจ้าแผ่นดิน ของรัฐ หรือใหญ่
นับแต่นั้นเป็นต้นมา พื้นที่แห่งนี้จึงได้ชื่อว่า “ท้องสนามหลวง” และยังทรงกำหนดให้มีการปลูกต้นมะขามล้อมรอบพื้นที่เป็นวงรี ซึ่งกลายเป็นภูมิทัศน์อันเป็นเอกลักษณ์ของสนามหลวงมาจนถึงปัจจุบัน
ความสำคัญและบทบาทในอดีต: “สนามหลวง” ในแต่ละยุคสมัย
บทบาทของสนามหลวงนั้นมิได้จำกัดอยู่แค่การเป็นที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพเท่านั้น แต่ยังเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมสำคัญหลากหลายมิติ
ศูนย์กลางพระราชพิธีและโบราณราชประเพณี
ตลอดระยะเวลากว่า ๒๐๐ ปีที่ผ่านมา ท้องสนามหลวงถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีสำคัญมากมาย อาทิ:
- พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ/พระศพ: เป็นบทบาทหลักมาตั้งแต่ต้นรัตนโกสินทร์ เช่น พระเมรุมาศพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (รัชกาลที่ ๘), พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ ๙) เป็นต้น
- พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ: ในสมัยรัชกาลที่ ๕ ได้มีการขยายสนามหลวงให้กว้างขึ้น และใช้เป็นที่สำหรับพระราชพิธีแรกนาขวัญ โดยมีการตั้งพลับพลาสำหรับพระเจ้าแผ่นดินและพระราชวงศ์
- การจัดงานฉลองสำคัญของบ้านเมือง: เช่น งานสมโภชพระนครครบ ๑๐๐ ปี งานฉลองเมื่อพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) เสด็จฯ กลับจากยุโรปในปี พ.ศ. ๒๔๔๐
สนามราษฎร: พื้นที่สาธารณะของปวงชน
นอกเหนือจากบทบาทด้านพิธีกรรมตามราชประเพณีแล้ว สนามหลวงยังเป็นพื้นที่สาธารณะสำคัญที่เปิดให้ประชาชนเข้ามาใช้ประโยชน์ในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งได้พัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในยุคสมัยใหม่:
- ตลาดนัดและพื้นที่ค้าขาย: ในอดีต สนามหลวงเคยเป็นตลาดนัดขนาดใหญ่ที่มีผู้คนมาค้าขายและแลกเปลี่ยนสินค้า เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและสังคม
- การชุมนุมสาธารณะและพื้นที่ทางการเมือง: สนามหลวงมีความหมายในฐานะ “สนามราษฎร” เป็นพื้นที่แห่งการแสดงออกทางความคิดเห็นและจัดกิจกรรมทางการเมืองของภาคประชาชนมาหลายยุคสมัย เป็นพื้นที่แห่งความทรงจำของการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย
- นันทนาการและกีฬา: เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ การวิ่งเล่นของเด็ก ๆ การพบปะสังสรรค์ รวมถึงเป็นสนามหลักสำหรับการแข่งขัน กีฬาว่าว (ว่าวจุฬา-ว่าวปักเป้า) ประจำปี ซึ่งถือเป็นประเพณีที่มีมาอย่างยาวนาน
รายละเอียดทางกายภาพและการจัดภูมิทัศน์
ท้องสนามหลวงมีลักษณะเป็นพื้นที่ว่างรูปทรงยาวรี มีขนาดประมาณ ๗๕ ไร่ ๖๓ ตารางวา ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของพระบรมมหาราชวังและทิศใต้ของพระราชวังบวรสถานมงคล (ปัจจุบันคือบริเวณพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์)
ต้นมะขามและภูมิทัศน์หลัก
ดังที่กล่าวไปแล้วว่า พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๔) ทรงให้ปลูกต้นมะขามล้อมรอบสนามหลวงไว้ ซึ่งปัจจุบันเป็นต้นไม้ใหญ่ที่ให้ร่มเงาและเป็นสัญลักษณ์สำคัญ ต้นมะขามเหล่านี้ช่วยเสริมสร้างความสง่างามให้กับภูมิทัศน์โดยรอบพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว
แนวทางการใช้พื้นที่
ตามกฎหมายและระเบียบของกรุงเทพมหานคร ท้องสนามหลวงเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญ ซึ่งเป็น โบราณสถานของชาติ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของกรมศิลปากรและกรุงเทพมหานคร การใช้พื้นที่จึงถูกควบคุมอย่างเข้มงวด โดยจำแนกพื้นที่ออกเป็นส่วนต่าง ๆ เพื่อการใช้งานเฉพาะด้าน เช่น:
- ลานจัดพระราชพิธี: สงวนไว้สำหรับการจัดพระราชพิธีและงานรัฐพิธีเป็นหลัก
- พื้นที่สาธารณะ: ในบางช่วงเวลาจะเปิดให้ประชาชนเข้าใช้สำหรับการพักผ่อนและกิจกรรมนันทนาการที่ได้รับอนุญาต
สนามหลวงในปัจจุบัน: พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และมรดกทางวัฒนธรรม
ในปัจจุบัน ท้องสนามหลวงยังคงเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญสูงสุดของประเทศไทย แต่มีการปรับปรุงและบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นระเบียบและเหมาะสมกับสถานะของโบราณสถานมากขึ้น
การปรับปรุงและระเบียบการใช้พื้นที่
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการปรับปรุงภูมิทัศน์ของสนามหลวงหลายครั้ง เพื่อให้พื้นที่มีความสวยงาม สะอาด และคงความเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาติ การปรับปรุงรวมถึงการปูหญ้าใหม่ การจัดทางเดิน และการติดตั้งระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ
อย่างไรก็ตาม การควบคุมการใช้พื้นที่ก็มีความเข้มงวดมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการห้ามกิจกรรมบางประเภท เช่น การค้าขาย การชุมนุมทางการเมือง หรือกิจกรรมที่อาจทำลายภูมิทัศน์และบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์ของสถานที่ ส่งผลให้บทบาท “สนามราษฎร” ในมิติของการชุมนุมสาธารณะลดลงไปมาก และมุ่งเน้นบทบาทหลักในฐานะพื้นที่จัดงานพระราชพิธีและกิจกรรมตามประเพณีเป็นสำคัญ
บทบาทในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวและวัฒนธรรม
ปัจจุบัน ท้องสนามหลวงยังคงเป็นจุดศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่สำคัญ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงกับสถานที่สำคัญอื่น ๆ ในเกาะรัตนโกสินทร์ เช่น พระบรมมหาราชวัง วัดพระแก้ว มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติฯ
- สถานที่จัดงานสำคัญ: ยังคงใช้เป็นสถานที่หลักในการจัดงานพระราชพิธีสำคัญระดับชาติ เช่น พระราชพิธีแรกนาขวัญ และงานที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์
- การแข่งขันว่าว: แม้จะมีการควบคุมการใช้พื้นที่อย่างเข้มงวด แต่ประเพณีการแข่งขันกีฬาว่าวจุฬา-ปักเป้าในช่วงฤดูร้อนยังคงถูกจัดขึ้น ณ ท้องสนามหลวงเป็นประจำทุกปี
- สถานที่พักผ่อนหย่อนใจ: ยังเปิดให้ประชาชนเข้าพักผ่อนและออกกำลังกายได้ภายใต้ระเบียบที่กำหนด โดยเฉพาะในช่วงเช้าและเย็น
กรณีพิเศษล่าสุด
ตัวอย่างความสำคัญล่าสุดคือในปี พ.ศ. ๒๕๖๗ ท้องสนามหลวงเป็นหนึ่งในสถานที่สำคัญที่ได้รับเกียรติเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุและพระอรหันตธาตุที่อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย เพื่อให้ประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติได้สักการะ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสถานะอันศักดิ์สิทธิ์และเป็นศูนย์รวมศรัทธาของประชาชน
สนามหลวง พื้นที่ประวัติศาสตร์แห่งความทรงจำและหัวใจของกรุงเทพฯ
ท้องสนามหลวงเป็นมากกว่าลานกว้าง แต่คือพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเป็น “ทุ่งพระเมรุ” ในยุคบุกเบิก สู่การเป็น “ท้องสนามหลวง” ในรัชกาลที่ ๔ เป็นศูนย์กลางของพระราชพิธีและพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์ เป็น “สนามราษฎร“ ที่เปิดรับกิจกรรมทางสังคม การค้า และการเมืองของประชาชนในยุคเปลี่ยนผ่าน และกลับมาเน้นย้ำบทบาทของ โบราณสถานและพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาติ ในปัจจุบัน
การเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัยสะท้อนให้เห็นถึงพลวัตของสังคมไทย โดยเฉพาะความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชน สนามหลวงจึงเป็นเสมือนหัวใจของกรุงเทพมหานคร ที่ยังคงเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำร่วมกันของคนไทยทุกคน เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันล้ำค่าที่คู่ควรแก่การอนุรักษ์และเรียนรู้ตลอดไป
แหล่งที่มาข้อมูลอ้างอิงและรูปภาพประกอบบทความ
- กรมศิลปากร. ท้องสนามหลวง สมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ ในบริบททางประวัติศาสตร์และโบราณราชประเพณี. พ.ศ. ๒๕๕๗. (อ้างถึงบทบาทแรกเริ่ม, การสืบทอดมรดกทางจิตวิญญาณ)
- วิกิพีเดีย. ท้องสนามหลวง. (อ้างถึงการขยายพื้นที่ในรัชกาลที่ ๕, การใช้ประกอบพิธีต่าง ๆ, และกรณีพระบรมสารีริกธาตุล่าสุด)
- CITY CRACKER. “จากทุ่งพระเมรุสู่ท้องสนามหลวง ทบทวนความหมายของสนามหลวงในห้วง 200 ปี.” เผยแพร่เมื่อ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓. (อ้างถึงบทบาท “สนามราษฎร”, การเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำทางการเมือง)
- ประชาไท. “4 ยุคสมัยของการใช้พื้นที่ ‘สนามหลวง’ ‘สนามราษฎร’ และการช่วงชิงความหมาย.” เผยแพร่เมื่อ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๗. (อ้างถึงการปรับปรุงพื้นที่และระเบียบการใช้ในปัจจุบัน)
- ท่องเที่ยวเกาะรัตนโกสินทร์. สนามหลวง. (อ้างถึงการแข่งขันกีฬาว่าว, การใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญในรัชกาลที่ ๙)
- รูปประกอบ: เว็บไซต์ Green Bangkok (greener.bangkok.go.th)
