คลิก อ่านบทความตามหัวข้อ

หมอพร: เปิดตำนานพระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย ในบทบาทหมอยาผู้เปี่ยมเมตตา

หมอพร คือนามที่ชาวบ้านและประชาชนทั่วไปในอดีตใช้เรียก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือ “เสด็จเตี่ย” ด้วยความเคารพรักและศรัทธา แม้พระองค์จะทรงเป็นเจ้านายชั้นสูงและเป็น “พระบิดาแห่งกองทัพเรือไทย” แต่ในช่วงเวลาหนึ่งของพระชนม์ชีพ พระองค์ได้ทรงสละความสะดวกสบายในรั้วในวัง เพื่อมาศึกษาตำรายาและรักษาผู้ป่วยโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เรื่องราวของหมอพรจึงไม่ได้เป็นเพียงประวัติศาสตร์ของทหารเรือ แต่เป็นบันทึกแห่งความเมตตาที่ยังคงประทับอยู่ในใจคนไทยมาจนถึงปัจจุบัน

ประวัติพระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์: ต้นกำเนิดราชสกุลอาภากร

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ มีพระนามเดิมว่า พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ ประสูติเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2423 เป็นพระราชโอรสพระองค์ที่ 28 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) และเจ้าจอมมารดามอด (สกุลบุนนาค)

พระองค์ทรงมีความสนพระทัยในกิจการทหารเรือมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ รัชกาลที่ 5 จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เสด็จไปทรงศึกษาวิชาการทหารเรือ ณ ประเทศอังกฤษ ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นประเทศที่มีกองทัพเรือเกรียงไกรที่สุดในโลก พระองค์ทรงเป็นเจ้านายไทยพระองค์แรกที่สำเร็จการศึกษาวิชาการทหารเรือจากอังกฤษอย่างแท้จริง และทรงนำความรู้กลับมาวางรากฐานกองทัพเรือไทยให้ทันสมัยจนถึงปัจจุบัน

ทำไมถึงชื่อ “หมอพร”? การจุติของหมอเทวดา

คำว่า “หมอพร” เกิดขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2454 เมื่อพระองค์ทรงต้องออกจากราชการทหารเรือชั่วคราว ในช่วงเวลานี้เองที่พระองค์ทรงหันมาศึกษา วิชาแพทย์แผนโบราณ อย่างจริงจัง

จากเจ้าชายสู่หมอยาชาวบ้าน

พระองค์ทรงศึกษาสรรพคุณของสมุนไพรไทยจากตำราเก่าแก่และจากพระอาจารย์หลายท่าน หนึ่งในนั้นคือ หลวงปู่ศุข วัดปากคลองมะขามเฒ่า จังหวัดชัยนาท ซึ่งพระองค์ทรงเคารพเป็นพระอาจารย์ทั้งในด้านวิชาอาคมและวิชาแพทย์

พระองค์ทรงตั้ง “โรงยา” ขึ้นเพื่อรักษาประชาชนทั่วไป โดยทรงเรียกพระองค์เองว่า “หมอพร” เพื่อให้ชาวบ้านรู้สึกเป็นกันเองและไม่เกรงใจในฐานะฐานันดรศักดิ์ ทรงรับรักษาผู้ป่วยทุกชนชั้น ตั้งแต่ขุนนางไปจนถึงชาวบ้านยากจน โดยมีเงื่อนไขสำคัญคือ “ไม่รับค่าตอบแทน” และทรงขอเพียงให้ผู้ที่หายป่วยช่วยกันทำบุญหรือทำความดีต่อไป

ฉันเป็นหมอพร ไม่ใช่กรมหลวงชุมพรฯ ถ้าจะให้ฉันรักษา ก็เรียกฉันว่า หมอพร

ประโยคนี้สะท้อนถึงความติดดินและความปรารถนาที่จะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างแท้จริงของพระองค์

สรรพวิชาและตำราสมุนไพรของหมอพร

ตำรายาของหมอพรขึ้นชื่อเรื่องความแม่นยำและการรักษาที่ได้ผลจริง พระองค์ทรงรวบรวมตำรายาต่าง ๆ ไว้ใน “สมุดข่อย” ซึ่งปัจจุบันยังคงเป็นสมบัติล้ำค่าทางประวัติศาสตร์การแพทย์แผนไทย

  • การวินิจฉัยโรค: ทรงมีความเชี่ยวชาญในการแมะ (ตรวจชีพจร) และการใช้ยาสมุนไพรที่ปรุงขึ้นเอง
  • เมตตาธรรม: พระองค์มักจะเสด็จไปตรวจอาการคนไข้ด้วยพระองค์เองแม้ในถิ่นทุรกันดาร โดยทรงใช้พาหนะเรียบง่ายหรือเดินเท้าเข้าไปในชุมชน
  • การผสมผสาน: แม้จะทรงศึกษาจากตะวันตกมาอย่างดี แต่พระองค์ทรงเชื่อมั่นในภูมิปัญญาไทย และทรงพิสูจน์ให้เห็นว่ายาสมุนไพรไทยสามารถรักษาโรคที่การแพทย์สมัยใหม่ในยุคนั้นยังทำได้ยาก

บิดาแห่งกองทัพเรือไทย: ภารกิจเพื่อชาติ

เมื่อพระองค์เสด็จกลับเข้ารับราชการอีกครั้ง พระองค์ทรงเดินหน้าพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพเรือไทยอย่างก้าวกระโดด:

  • การก่อตั้งโรงเรียนนายเรือ: ทรงเป็นผู้วางรากฐานการศึกษาทหารเรือ ณ พระราชวังเดิม
  • การหาซื้อเรือรบ: ทรงเป็นหัวหน้าคณะในการเดินทางไปซื้อเรือหลวงพระร่วงจากอังกฤษ ซึ่งเป็นการแสดงแสนยานุภาพของกองทัพเรือไทยในระดับสากล
  • เพลงทหารเรือ: ทรงนิพนธ์เพลงที่สร้างขวัญและกำลังใจให้กับทหารเรือ เช่น เพลงดอกประดู่ และเพลงดาบของชาติ

ความเชื่อและความศรัทธา: “เสด็จเตี่ย” ของลูกหลาน

ในปัจจุบัน ความศรัทธาต่อ “หมอพร” หรือ “เสด็จเตี่ย” ยังคงไม่เสื่อมคลาย เราจะเห็นพระรูปและศาลของพระองค์ตั้งอยู่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ติดทะเล

ประเด็นที่คนมักขอพรเหตุผลความเชื่อ
สุขภาพและการรักษาโรคจากบทบาท “หมอพร” ผู้เชี่ยวชาญการรักษา
การเรียนและการสอบจากประวัติการทรงศึกษาที่เข้มงวดและเก่งกาจในอังกฤษ
ความปลอดภัยในการเดินทางในฐานะเจ้าแห่งท้องทะเลผู้ปกป้องน่านน้ำ
ความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานจากบารมีทหารเสือและความเป็นผู้นำ

วาระสุดท้าย ณ หาดทรายรี

กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ เสด็จทิพยคต (สิ้นพระชนม์) เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ณ หาดทรายรี จังหวัดชุมพร ขณะพระชนมายุเพียง 43 พรรษา สาเหตุจากการประชวรด้วยโรคไข้หวัดใหญ่ (หรือไข้ป่าในยุคนั้น) แม้พระองค์จะเป็นหมอยาที่เก่งกาจ แต่สังขารมรรคาเป็นเรื่องไม่เที่ยง วันที่พระองค์จากไปเปรียบเสมือนดวงประทีปแห่งกองทัพเรือไทยได้ดับวูบลง แต่แสงสว่างจากความเมตตาในนาม “หมอพร” ยังคงส่องสว่างอยู่เสมอ

สรุป: มรดกที่หมอพรทิ้งไว้ให้คนไทย

เรื่องราวของ หมอพร สอนให้เราเห็นว่า “ฐานันดรศักดิ์ไม่ได้มีไว้เพื่อความภาคภูมิใจในตัวบุคคลเท่านั้น แต่มีไว้เพื่อให้โอกาสในการรับใช้ผู้อื่น” พระองค์ทรงแสดงให้เห็นถึงการหลอมรวมระหว่างวิชาการสมัยใหม่จากตะวันตกและความเชื่อดั้งเดิมของไทยได้อย่างลงตัว

มรดกที่พระองค์ทิ้งไว้ประกอบด้วย:

  1. กองทัพเรือไทย ที่เข้มแข็งและมีเกียรติยศ
  2. ตำรายาแผนโบราณ ที่ช่วยต่อชีวิตผู้คนนับไม่ถ้วน
  3. แบบอย่างของความเสียสละ ที่ทรงพิสูจน์ว่า “ความสุขที่แท้จริงคือการได้เห็นผู้อื่นพ้นทุกข์”

แหล่งที่มาข้อมูลอ้างอิงและรูปภาพประกอบบทความ
  • พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ. (2565). พระประวัติพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์.
  • มูลนิธิกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์. (2564). หมอพร: องค์ความรู้ด้านแพทย์แผนไทยและสมุนไพร.
  • สถาบันวิจัยการแพทย์แผนไทย. (2566). ประวัติศาสตร์การแพทย์แผนไทยและเจ้านายผู้ทรงคุณูปการ.
  • ศรศักราช ชัยวัฒน์. (2558). เสด็จเตี่ย: ภาคอภินิหารและทางธรรม. สำนักพิมพ์กรุงเทพฯ.

Share.
Exit mobile version