คลิก อ่านบทความตามหัวข้อ

ทุ่งพระเมรุ ความเชื่อมโยง และจุดกำเนิดของ “ท้องสนามหลวง”

ทุ่งพระเมรุ ประวัติศาสตร์ความเป็นมา ความสำคัญ และจุดกำเนิดของ “ท้องสนามหลวง”

ทุ่งพระเมรุ คือชื่อดั้งเดิมของพื้นที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ใจกลางกรุงเทพมหานคร ก่อนจะถูกเปลี่ยนชื่อเป็น “ท้องสนามหลวง” ในปัจจุบัน ชื่อเก่าแก่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงคำเรียกขาน แต่เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของพื้นที่ในการเป็น สุสานหลวง และศูนย์กลางพิธีการสำคัญของอาณาจักรมาตั้งแต่แรกสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ บทความนี้ จะพาผู้อ่านไปเจาะลึกถึงความหมาย ที่ตั้ง ประวัติความเป็นมา และความสำคัญของ “ทุ่งพระเมรุ” ก่อนที่จะกลายมาเป็นพื้นที่สาธารณะที่เต็มไปด้วยความหมายในยุคปัจจุบัน พร้อมสรุปและที่มาข้อมูลอ้างอิง


1. ทุ่งพระเมรุ คืออะไร และตั้งอยู่ที่ไหน?

ทุ่งพระเมรุ หมายถึง บริเวณที่เป็นที่ตั้งของท้องสนามหลวงในปัจจุบัน ซึ่งอยู่ระหว่างพระบรมมหาราชวัง (วังหลวง) กับพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร โดยชื่อ “ทุ่งพระเมรุ” นั้นมาจากหน้าที่หลักของพื้นที่แห่งนี้ในอดีต

1.1 ความหมายของ “ทุ่งพระเมรุ”

  • ทุ่ง: สื่อถึงพื้นที่ว่างเปล่า พื้นที่โล่งกว้าง หรือท้องนาที่ไม่ได้มีการใช้ประโยชน์ถาวร
  • พระเมรุ: สื่อถึงอาคารชั่วคราวที่ใช้สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์ พระราชินี และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง ซึ่งในอดีตผู้คนมักเรียกอาคารที่ใช้ในพิธีว่า “พระเมรุมาศ” หรือ “พระเมรุ”

ดังนั้น ทุ่งพระเมรุ จึงมีความหมายตรงตัวว่า ทุ่งที่ใช้ในการปลูกสร้างพระเมรุ หรือ ลานสำหรับจัดงานพระศพ ซึ่งเป็นชื่อที่สื่อถึงความเป็นสถานที่สำหรับงานอวมงคลและการสูญเสีย

1.2 ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของ ทุ่งพระเมรุ

ทุ่งพระเมรุตั้งอยู่ใจกลางเกาะรัตนโกสินทร์ โดยมีขอบเขตสำคัญที่ทำให้พื้นที่นี้มีความศักดิ์สิทธิ์และมีความหมายทางการเมือง:

  • ทิศใต้: ติดกับพระบรมมหาราชวัง (วังหลวง)
  • ทิศเหนือ: ติดกับพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ
  • ทิศตะวันออก: ติดกับวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร

ที่ตั้งทุ่งพระเมรุนี้ตอกย้ำถึงการเป็น ศูนย์กลางอำนาจ และเป็นพื้นที่ที่ถูกสงวนไว้สำหรับการใช้งานของราชสำนักมาตั้งแต่ต้น


2. ประวัติความเป็นมาของทุ่งพระเมรุ จากทุ่งร้างสู่ศูนย์กลางราชพิธี

ประวัติของทุ่งพระเมรุ มีความผูกพันอย่างแยกไม่ออกกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1)

2.1 จุดกำเนิดทุ่งพระเมรุ ในรัชกาลที่ 1

เมื่อมีการสร้างพระบรมมหาราชวังและวางผังเมืองกรุงเทพฯ ในปี พ.ศ. 2325 พื้นที่ระหว่างวังหลวงและวังหน้าถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ว่างเปล่าขนาดใหญ่โดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะ:

  • พื้นที่กันชน: ทำหน้าที่เป็นลานโล่งหน้าพระราชวังหลวง และเป็นพื้นที่กันชนระหว่างวังหลวงกับวังหน้า
  • สุสานหลวง: ถูกกำหนดให้เป็นสถานที่สำหรับการปลูกสร้างพระเมรุมาศถวายพระเพลิงพระบรมศพของพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูง โดยพระบรมศพแรกที่ถูกถวายพระเพลิง ณ ทุ่งแห่งนี้คือ สมเด็จพระปฐมบรมมหาชนก (พระชนกนาถของรัชกาลที่ 1)

ในยามที่ไม่มีพระราชพิธี ทุ่งพระเมรุมักถูกปล่อยให้เป็นพื้นที่รกร้าง มีสภาพเป็นหนองน้ำ หรือใช้ประโยชน์ในการเพาะปลูกในบางช่วงเวลา สะท้อนถึงการใช้งานที่ไม่ต่อเนื่องและถูกจำกัด

2.2 บทบาทที่แตกต่างในรัชกาลที่ 3

ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) ได้มีการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ทุ่งพระเมรุเพื่อวัตถุประสงค์ด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงของชาติ:

  • การทำนาหลวง: มีการจัดให้มีการ ทำนาหลวง ในพื้นที่ทุ่งพระเมรุ เพื่อแสดงให้ต่างชาติ (โดยเฉพาะญวน) เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์และความพร้อมด้านเสบียงอาหารของสยามประเทศ โดยเป็นการส่งสัญญาณเชิงสัญลักษณ์ถึงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ แม้แต่พื้นที่ใจกลางเมืองก็ยังสามารถเพาะปลูกได้ (อ้างอิง 2.3)

2.3 การเปลี่ยนชื่อทุ่งพระเมรุในรัชกาลที่ 4

จุดสิ้นสุดของชื่อ “ทุ่งพระเมรุ” เกิดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ในปี พ.ศ. 2398 พระองค์ทรงมีพระบรมราชโองการให้เปลี่ยนชื่อเป็น “ท้องสนามหลวง” เนื่องจาก:

  • ความอวมงคล: ทรงรังเกียจที่ประชาชนเรียกพื้นที่สำคัญใจกลางพระนครด้วยชื่อที่เกี่ยวข้องกับความตายและงานศพ (อ้างอิง 2.1)
  • ความเป็นสิริมงคลและบทบาทใหม่: ทรงต้องการให้พื้นที่นี้มีความหมายในเชิงบวก และสะท้อนถึงบทบาทใหม่ที่ขยายออกไป เช่น การใช้เป็นสถานที่ประกอบ พระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ซึ่งเป็นพิธีเพื่อความอุดมสมบูรณ์ของพืชพรรณธัญญาหาร (อ้างอิง 2.2)

การเปลี่ยนชื่อนี้จึงเป็นการยกระดับสถานะของพื้นที่ให้เป็น สนามของหลวง ที่สง่างามและเป็นมงคล


3. ความสำคัญของ “ทุ่งพระเมรุ” ในมิติทางประวัติศาสตร์

แม้ชื่อจะถูกเปลี่ยนไปแล้ว แต่ “ทุ่งพระเมรุ” ก็มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการศึกษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของไทย

3.1 ศูนย์กลางของราชประเพณีงานพระศพ

ทุ่งพระเมรุทำหน้าที่เป็นสถานที่ประกอบพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพมาโดยตลอดเกือบสองศตวรรษ ซึ่งเป็นพิธีการที่ยิ่งใหญ่และแสดงออกถึงอำนาจและฐานานุรูปของสถาบันพระมหากษัตริย์ การก่อสร้างพระเมรุมาศและองค์ประกอบอาคารในแต่ละครั้งถือเป็นงานศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมชั่วคราวที่สะท้อนถึงยุคสมัยนั้น ๆ

  • การรวมศูนย์ของงานศพหลวง: การกำหนดให้พื้นที่เดียวเป็นศูนย์กลางของงานศพหลวงเป็นการตอกย้ำถึงการรวมศูนย์อำนาจเข้าสู่กรุงรัตนโกสินทร์

3.2 สัญลักษณ์ของการเป็นพื้นที่สาธารณะ

ในทางสังคมวิทยา ทุ่งพระเมรุ/สนามหลวง มีบทบาทสำคัญในฐานะ พื้นที่สาธารณะ ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้ แม้จะอยู่ใกล้พระบรมมหาราชวังก็ตาม

  • การเข้าชมพิธี: ในงานพระเมรุมาศ ผู้คนจากทั่วราชอาณาจักรจะเดินทางมายังทุ่งพระเมรุเพื่อร่วมพิธีและชมมหรสพที่จัดขึ้นในช่วงงานศพ ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นจุดรวมตัวของคนจำนวนมหาศาล
  • การใช้ประโยชน์อื่น ๆ: ในยามปกติ พื้นที่นี้เคยถูกใช้เป็นตลาดนัด เป็นลานเล่นว่าว (ซึ่งเป็นประเพณีเก่าแก่) และเป็นที่พักพิงของผู้คน จนกระทั่งถูกพัฒนาให้เป็นพื้นที่ควบคุมอย่างเข้มงวดในยุคต่อมา

3.3 พื้นฐานของการช่วงชิงความหมาย

ชื่อ “ทุ่งพระเมรุ” ที่ถูกเปลี่ยนเป็น ท้องสนามหลวง ในรัชกาลที่ 4 และต่อมาถูกเรียกว่า สนามราษฎร ในยุคประชาธิปไตย สะท้อนให้เห็นถึงการช่วงชิงความหมายของพื้นที่:

  • จากความตายสู่ความเป็นมงคล: การเปลี่ยนจาก “พระเมรุ” (ความตาย) เป็น “ท้องสนามหลวง” (พื้นที่มงคลของหลวง)
  • จากหลวงสู่ราษฎร: การเปลี่ยนจาก “สนามหลวง” สู่ “สนามราษฎร” ใน พ.ศ. 2475

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า พื้นที่ทางกายภาพแห่งนี้ได้ถูกนิยามซ้ำตามอุดมการณ์ทางการเมืองของแต่ละยุคสมัย แต่จุดกำเนิดก็ยังคงอยู่ที่ ทุ่งพระเมรุ


4. ทุ่งพระเมรุในปัจจุบัน

แม้สถานะปัจจุบันของทุ่งพระเมรุ จะไม่ได้ถูกใช้ในการเรียกขานทั่วไปแล้ว แต่ชื่อนี้ยังคงปรากฏอยู่ในบันทึกทางประวัติศาสตร์ เอกสารทางราชการและกฎหมาย:

  • โบราณสถานทุ่งพระเมรุ (สนามหลวง): กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนท้องสนามหลวงเป็นโบราณสถานเมื่อปี พ.ศ. 2520 ภายใต้ชื่อที่ยังคงระบุถึงที่มาดั้งเดิมคือ “โบราณสถานทุ่งพระเมรุ (สนามหลวง)” (อ้างอิง 2.1)
  • ผลกระทบต่อการใช้งาน: การใช้ชื่อนี้ในการขึ้นทะเบียนตอกย้ำถึงสถานะทางประวัติศาสตร์และกำหนดให้พื้นที่แห่งนี้อยู่ภายใต้การควบคุมของ พระราชบัญญัติโบราณสถานฯ ซึ่งจำกัดการใช้งานเพื่อการอนุรักษ์อย่างเข้มงวด (ดังที่ได้กล่าวไว้ในบทความก่อนหน้า)

สรุปและที่มาข้อมูลอ้างอิง

ทุ่งพระเมรุ คือชื่อที่บอกเล่าประวัติศาสตร์ของท้องสนามหลวงได้อย่างลึกซึ้งที่สุด เป็นพื้นที่ที่เริ่มต้นด้วยความหมายของการสูญเสียและการประกอบพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ก่อนจะถูกยกสถานะให้เป็น ท้องสนามหลวง ในรัชกาลที่ 4 เพื่อความเป็นสิริมงคลและขยายบทบาทสู่พิธีพืชมงคล

การเป็น ทุ่งพระเมรุ ทำให้พื้นที่นี้กลายเป็นศูนย์กลางของพิธีการที่สำคัญที่สุดของชาติ และเป็นพื้นฐานของการช่วงชิงความหมายทางการเมืองในยุคต่อมา ปัจจุบัน แม้ชื่อนี้จะใช้เพียงในทางราชการ แต่ก็เป็นเครื่องย้ำเตือนถึงรากเหง้าและคุณค่าทางประวัติศาสตร์ของพื้นที่ใจกลางกรุงเทพมหานครแห่งนี้


แหล่งที่มาข้อมูลอ้างอิงและรูปภาพประกอบบทความ
  1. การนิยามและการใช้ประโยชน์ดั้งเดิม: ข้อมูลทางประวัติศาสตร์การสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ และการกำหนดพื้นที่ระหว่างวังหลวง-วังหน้า
  2. การเปลี่ยนชื่อและการขึ้นทะเบียน:
    • 2.1 ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศกรมศิลปากร เรื่อง ขึ้นทะเบียนโบราณสถาน (โบราณสถานทุ่งพระเมรุ (สนามหลวง)), เล่ม 94 ตอนที่ 124, 13 ธันวาคม 2520 (ยืนยันชื่อทางราชการปัจจุบัน).
    • 2.2 พระบรมราชโองการในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) พ.ศ. 2398 (ยืนยันการเปลี่ยนชื่อจาก “ทุ่งพระเมรุ” เป็น “ท้องสนามหลวง”).
    • 2.3 ข้อมูลเกี่ยวกับการทำนาหลวงในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 3) (อ้างอิงจากเอกสารประวัติศาสตร์รัตนโกสินทร์).
    • hoohoihpih เเีนน้นร้

Share.
Exit mobile version